
เหตุการณ์ในชีวิตเกิดจากอะไร...
พวกเราที่หัดเรียนโหราศาสตร์ใหม่ๆมักจะมีความมุ่งหวังหลายๆแบบ หลายคนอาจจะคิดว่า หากได้รู้โหราศาสตร์แล้วจะทำนายทายทักเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ทั้งหมด เมื่อเรียนจนสุดปลายทางแล้วบางคนก็ยังเชื่อเช่นนั้นอยู่ ที่เชื่อสุดโต่งข้างหนึ่งมักเชื่อว่าอะไรๆก็เกิดจากกรรม ดังนั้นหากเราอ่านกรรมได้หมดก็คงจะรู้สิ่งที่จะบังเกิดขึ้นทั้งสิ้นได้ หรือ
พวกที่เชื่อสุดโต่งอีกข้างหนึ่งมักเชื่อว่าเกิดจากอิทธิพลของดวงดาว เทพเจ้า หรือ
ตัวเราเองที่จะกำหนด ดังนั้นหากเราวิเคราะห์ดาวที่ทำมุม หรือ
มีความสัมพันธ์กันได้ทุกรูปแบบ ก็อาจจะใช้คอมพิวเตอร์ประมวลสถิติออกมาได้ แล้วเราก็จะพยากรณ์อนาคตได้ทั้งหมดเช่นกัน ที่นี้เรามาลองดูกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรานั้น เกิดมาจากอะไรได้บ้าง
ข้อแรก เหตุการณ์นั้นเกิดจากธาตุ(ดาว) โลกได้รับธาตุ
และมีการจัดเรียงตัวของธาตุอยู่ตลอดเวลาทุกขณะ ขณะใดขณะหนึ่งเมื่อเราเกิดมา องค์ประกอบของธาตุในขณะนั้น จึงปรากฏเป็นตัวเราโดยเฉพาะ หากเราเกิดช้ากว่านั้นนิด เร็วกว่านั้นหน่อย องค์ประกอบของธาตุจะแปรเปลี่ยนไปอย่างมากมาย ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของตัวเราที่ปรากฏเห็นเป็นดวงชะตานี้มีผลอย่างมากมาย เพราะธาตุจะมีธรรมชาติที่บังคับเราให้ประพฤติปฏิบัติไปตามที่ธาตุทำงาน ยกตัวอย่าง เช่น
หากเราเกิดมาในขณะที่ดาวอังคารมีกำลังธาตุแรง กำลังดาวสูง เช่นเป็นมหาอุจ เราก็จะรู้สึกว่าต้องการที่จะทำกิจกรรมต่างๆอยู่ตลอดเวลา จึงเรียกกันว่าขยัน แม้ในจิตส่วนนอกของเราจะขี้เกียจ แต่เราจะอดรนทนไม่ได้เมื่อมีสิ่งเย้ายวน หรือ
เกิดการผลักดันจากจิตส่วนลึกที่เกิดจากธาตุตลอดเวลา ดังนั้น เหตุการณ์ที่เราเลือกเล่นกีฬาก็ดี มีโทสะง่ายชกต่อยวิวาททำร้ายกันก็ดี เกิดจากธาตุผลักดันไป หากเรามีเรื่องวิวาทถึงเป็นคดี จึงไม่จำเป็นต้องอ่านว่ามีกรรมเดิมแสดงอยู่แล้ว แต่หมอดูที่มีทักษะความชำนาญมักจะรู้ว่า ธาตุของอังคารขณะนั้นมีกำลังแรงสูง หากขาดการยับยั้งจากธาตุอื่นที่มีหน้าที่แตกต่างออกไปมาควบคุมไว้ เจ้าชะตาก็อาจมีเรื่องวิวาทเลือดตกยางออกได้ เรื่องของธาตุนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่พัฒนาไปเป็นระบบ
โหราศาสตร์อย่างกว้างขวางหลายสาขา ส่วนใหญ่เราจะพบว่า ธาตุเกี่ยวข้องกับนิสัยใจคอ
และพฤติกรรมของสิ่งเหล่านี้ และสามารถดูเรื่องสุขภาพร่างกายได้แม่นยำ เพราะความไม่สมบูรณ์ของธาตุนั่นเองมักแสดงออกในทางโรคภัยไข้เจ็บ แต่เราก็อาจหลีกเลี่ยงแก้ไขได้ด้วยการควบคุมธาตุ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย
และจิตใจ อาหาร หรือ การออกกำลังกาย การดูดาวจร
ก็จะพบว่าดาวทับเล็งถึงดาวเดิมนั้นมีผลมากต่อสิ่งเหล่านี้
ข้อสอง เหตุการณ์ที่เกิดจากเรือน เรือนทั้ง 12 เรือนนั้น เรานับจากตำแหน่งที่เป็นลัคนา เรื่องลัคนาพูดมามากแล้ว แต่ยังไม่จบได้ง่ายๆ ลัคนาเกิดพร้อมกับ อัตตา ที่เราหมายรู้ธรรมชาติสาธารณะมายึดถือเอาว่าเป็นตัวเรา เมื่อมีอัตตา จิตที่มีโมหะก็จะหลงยึดเอาธรรมชาติสาธารณะอื่นๆอีกมาเป็นสร้างอัตนียา คือ ของเรา อัตนียาจะแปรปรวนต่อไป เนื่องจากปัจจัยที่ปรุงแต่งมัน ธรรมชาติของเรือนทั้ง 12 เรือน คือปัจจัยที่ปรุงแต่งธรรมชาติสาธารณะที่อัตตาและอัตนียา
ไปหลงยึดเอาไว้ เมื่อใดละอัตตาเสียได้ เรือนทั้งหมด
ก็ไม่มี เมื่อเรือนไม่มีเสียแล้ว ดาวก็ไม่มีที่จะสถิตอยู่ ดังนั้น โชคชะตาใดๆก็ไม่อาจมากำหนดชีวิตผู้ที่ละอัตตาได้แล้ว มีเพียงวิบากกรรมเดิมที่ส่งผลมาโดยธรรมนิยามเท่านั้น เมื่อเรือนเกิดจากอัตตา หากอัตตาเคลื่อนไป
มันก็จะไปสร้างเรือนใหม่ได้ นี่เองเป็นการพัฒนาของหลักวิชาที่อยู่ในกลุ่มวงรอบธรรมชาติที่เกี่ยวกับลัคนาจรทั้งหลาย เรือนมีอิทธิพลต่อเรา ทำนองเดียวกับดาว ในข้อแรก จึงทำให้เราต้องอ่านทั้ง เรือน และดาวไปด้วยกัน ดังนั้นเรือนจึงมีอิทธิพลต่อนิสัยใจคอ
และพฤติกรรมของเจ้าชะตา และสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วย นักเรียนที่หัดใหม่มักสงสัยว่า จะอ่านนิสัยจากเรือน
หรือดาวดีกว่ากัน จึงพึงเข้าใจว่า ต้องอ่านทั้งสองอย่างนั่นแหละ การดูจรนั้น เรามักดูดาวจรเข้าเรือน เพราะดูเรือนทับเรือนไม่ได้ ดังนั้น นักดูเรือน จึงมักดูเรือนทับเรือนจากวงรอบธรรมชาติ เช่นพวก เกณฑ์ชันษาจร ลัคนาจร เพื่อใช้ทำนายเหตุการณ์จรนั่นเอง
ข้อสาม เหตุการณ์ที่เกิดจากกรรมเดิม เป็นเรื่องลึกๆที่ซ่อนอยู่มากกว่า เรามักจะอ่านจากดวงชะตาได้ยาก แต่อาจจะสังเกตเห็นได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว อย่างเช่น คนคนหนึ่งเดินไปแล้ว
มีชิ้นส่วนเครื่องบินตกลงมาที่ศีรษะพอดี ถึงแก่ความตาย อาจเป็นโอกาสที่เป็นไปได้แค่
1 ใน 5,000 ล้าน แต่ก็เกิดขึ้น เพียงแต่เขาเดินเลยไปหรือ ช้าไปสักวินาทีเดียว ก็จะไม่ตาย ลักษณะเช่นนี้การตรวจจากดวงชะตาล่วงหน้า ผู้ตรวจต้องชำนาญมากขึ้น เพราะต้องชี้ความสอดคล้องของเหตุการณ์
จากดาวหลายๆตำแหน่งได้ เหตุการณ์ที่เกิดจากกรรมเดิมนี้มักจะดูจากดาวดวงเดิม และวงรอบธรรมชาติ หากพร้อมที่จะแสดงผล ก็ต้องระวังไว้ แต่อาจจะไม่มีผลก็ได้ หากเราสร้างกรรมใหม่ ซึ่งจะมีผลแรงกว่า เช่น มีการระวังป้องกันอย่างสูง เมื่อจังหวะเวลาผ่านไปก็อาจพ้นได้ แต่การณ์มักเกิดจากเราไม่รู้ล่วงหน้า และยังมีปัจจัยละเอียดที่มีผลต่อเหตุการณ์อีกมาก จึงมีสิ่งที่ต้องเตือนนักเรียนที่มักชอบวิเคราะห์ดวงเกิดเหตุการณ์เพื่อจับหลักโหราศาสตร์ ว่ามักจะไม่ได้ผล เพราะลอจิกในกรณีนี้ หากพบว่า B บังเกิดขึ้น เมื่อ มี A เราจะสรุปว่า
เมื่อพบว่าเมื่อมี A เกิดขึ้นแล้ว จะต้องเกิด B นั้นไม่ได้ เพราะอาจจะต้อง มี C D E F G อีกด้วย จึงจะเกิดเหตุการณ์ ตำราโหราศาสตร์ของเราส่วนมาก จะไม่ได้บอกอิทธิพลปัจจัยปลีกย่อยอื่นๆ คนที่ชอบยึดติดข้อความคำสอน ถ้ากับท้าเผาตำรานั้น วิญญาณครูบาอาจารย์มักอยากจะคืนชีพมาเขกกระบาลเขา ดังนั้น
เราจึงควรใช้วิจารณญาณในการเลียนแบบ
ข้อสี่ เหตุการณ์ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เราอาจจะพบว่าหลายครั้งเกิดเหตุการณ์ขึ้นโดยไม่พบในดวงชะตาของผู้นั้นเลยก็มี เพราะเจ้าชะตาเข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นธรรมชาติใหญ่กว่าธาตุในดวงชะตามาก เช่น การเกิดคลื่นซึนามิ แผ่นดินไหว หรือ
พายุเฮอริเคน หากเราผูกดวงชะตาของคนทั้งหนึ่งแสนคนที่ตาย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องพบว่า
ดวงชะตาถึงคราวต้องตายไปทุกคน อย่างเบาะๆ เพียงแค่เหตุการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือ จลาจล แต่มีผู้ที่ไม่ปรากฏเหตุการณ์ในดวงชะตาเดิมก็มี ส่วนมาก เหตุการณ์ในข้อนี้จะเกิดจากปฏิกิริยาดาวจร ต่อ ดาวจร ไม่ว่าจะเป็นดาวจรเล็กหรือ ใหญ่ก็ตาม ส่วนมากนักโหราศาสตร์ต่างประเทศ เช่น โหราศาสตร์สากล รังสีดาว และ ระบบธาตุดาวฤกษ์ จะพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้มาก จึงสามารถทำนายเหตุการณ์โลก หรือ
เหตุการณ์จรที่เกิดจากกระแสธาตุของโลกได้ดี พวกเราที่เรียนโหราศาสตร์ไทยก็จำเป็นต้องระวังเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นเพราะระบบโหราศาสตร์ไทยพัฒนาความสัมพันธ์ดาวและเรือนผ่านทางเกษตรธาตุ ซึ่งไม่อ่านอิทธิพลทางดาวจรโดยตรง ซึ่งมักจะสอนกันในระดับสูงขึ้นไป ตำราเบื้องต้นที่มักสอนทำนายดาวจรต่อดาวจร
เหมือนวิธีทำนายดาวเดิมจึงไม่ได้ผล การหลีกเลี่ยงเหตุการณ์จากสิ่งแวดล้อมนี้ทำได้โดยการหนีไปให้พ้น เช่น อพยพหนีพายุ เมื่อรู้ล่วงหน้า หรือ กรณี
เกิดอุบัติเหตุ และจลาจล ก็อย่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นไทยมุง เป็นต้น
ข้อห้า เหตุการณ์เกิดจากผู้อื่น เราส่วนมากมักเข้าใจว่าเหตุการณ์ต่างๆจะเกิดจากการอ่านดวงชะตาของเราเท่านั้น แต่เหตุการณ์จำนวนมากที่มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยจะซับซ้อนกว่ามาก อย่างเช่น
การทะเลาะวิวาท หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระงับยับยั้งได้ เหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดขึ้น หรือ
การข่มขืน ถ้าหญิงคนหนึ่งไม่มีดวงถูกข่มขืนเลย แต่ไปแต่งตัวโป๊ๆ
เดินลอยชายในที่เปลี่ยว หากไปเจอฆาตกรข่มขืนเข้า ก็อาจจะเกิดเรื่องได้ ดังนั้น เราจึงไม่ควรนำตัวเข้าไปเสี่ยงต่อเหตุการณ์เหล่านี้ เหตุผลนั้นเป็นโดยสามัญสำนึกอยู่แล้ว ต่างจากนักโหราศาสตร์บางกลุ่มที่คิดว่าอะไรๆก็เป็นเพราะกรรมเดิมอย่างเดียว มักจะวิเคราะห์ดวงชะตาเหตุการณ์ไม่ออก นอกจากจะลากเอาดาวดวงนั้นดวงนี้มาอธิบายทำให้เสียหลักวิชาไป หากจะอธิบายจริงๆ ควรจะอธิบายจากดวงชะตาทั้งสองฝ่าย แล้วกลับขึ้นไปดูตั้งแต่ข้อแรกในข้อเขียนนี้มาใหม่ จะได้ประโยชน์กว่ามาก
ที่มา กระทู้คุยกันสบายๆ .ตามประสาโหราศาสตร์ไทย
โดย อ.วรกุล www.horathai.com
|