กระท่อมโหร ..ยินดีต้อนรับ..แวะพัก ดูดวงกัน สอนโหราศาสตร์ทางอินเตอร์เน็ต ทางไปรษณีย์ .
สินค้ากระท่อมโหร วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
รู้จักเรา..กระท่อมโหร
อ.บุศรินทร์ ปัทมาคม
นพสุ กระท่อมโหร
กัญจนา กระท่อมโหร
ดูดวง 12 ราศี 2551
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฏาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
บทความโหราศาสตร์ของ อ.บุศรินทร์
คนที่เกิดมาดวงชะตาถูกกัน และไม่ถูกชะตากัน
การทำนายดวงปัจจุบันและอนาคต
ดวงดีดวงร้ายจะพิจารณาอย่างไร?
ดวงชะตาดีเรื่องเงินแต่อาภัพรัก
ดาวเสาร์และดาวพฤหัสอยู่ในเรือนชะตาเสีย
การตั้งคำถามเพื่อหาเวลาเกิด
ดวงคนเจ้าอารมณ์และไม่ค่อยมีความสุข
ดวงชะตาหาคู่ยาก เลิกร้างกับคู่ง่าย
การครองคู่อย่างเพื่อนคู่คิดและต้องมีสติ
สินค้าแนะนำ
สมุนไพรจากธรรมชาติ
สินค้าโหราศาสตร
โปรแกรมช่วยทำนายดวงชะตา (HoraHelp)
โหราศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิด โดย อ.บุศรินทร์
วิเคราะห์ดวงชะตา 100 ดวง โดย นพสุ
100 ตัวอย่างการทำนายดวงจร โดย นพสุ
บันทึกการเรียนรู้โหราศาสตร์ไทยฯ โดย นพสุ
มุมโหราศาสตร์
การเรียนโหราศาสตร์
การแก้กรรม
ไม้มงคลกับราศีเกิด
เบญจเพส
เรื่องเคราะห์กรรม
คู่แท้ คู่ครอง กิ๊ก
ดูดวงไม่แม่น???
อ่านพยากรณ์ ตามราศี?
ดวงชะตากำหนดชีวิตได้จริงหรือ?
นิทานโหร เรื่อง ดวงชะตาเหมือนกันแต่สภาพชีวิตต่างกัน#1
นิทานโหร เรื่อง ดวงชะตาเหมือนกันแต่สภาพชีวิตต่างกัน#2
แต่งบ้านตามราศีเกิด สะท้อนความเป็นตัวเอง
ราศีของคนขับยอดแย่
ไสยศาสตร์-การเข้าทรง
ดวงพระพุทธเจ้า
เหตุการณ์ในชีวิตเกิดจากอะไร
การแก้ดวงชะตา
การแก้ดาวเสีย
การอ่านดาวและเรือนชะตา
ข้อคิดเรื่องลัคนา
คุณ-โทษของดาว
ประเภทการพยากรณ์ุ
มุมธรรมะ
การฝึกจิต
วิธีบำเพ็ญสมาธิเบื้องต้น
นั่งสมาธิ โดย หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
เคล็ดปฏิบัติสมาธิ โดย หลวงปู่เหรียญ

 


โรคเอดส์ >> เชื้อไวรัสเอชไอวี

เชื้อไวรัสเอชไอวี ตรวจพบครั้งแรกในเลือดของผู้ป่วยชาวคองโกในปี 1959 ปัจจุบันพบว่า เชื้อไวรัสเอชไอวีที่สำคัญ
มีเพียงสองชนิด คือ HIV type 1 (HIV-1) และ HIV type 2 (HIV-2) จากการศึกษาจีโนมของไวรัสเอชไอวีทั้งสองชนิด ย้อนหลังไปหลายสิบปี พบว่า HIV-1 เริ่มติดต่อสู่คนครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1930 ส่วน HIV-2 เริ่มติดต่อสู่คน
ครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1940-1950 เชื้อไวรัสเอชไอวีทั้งสองชนิด มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ใกล้เคียงกับไวรัสก่อโรค
ในลิง ที่มีชื่อเรียกว่าไวรัสเอสไอวี (SIV) ย่อมาจาก simian immunodeficiency virus; simian หมายถึงสัตว์
จำพวกลิง (=ape, monkey)

เชื้อไวรัสเอชไอวีทั้งสองชนิด มีที่มาแตกต่างกัน โดยเชื้อไวรัส HIV-1 มาจากลิง chimpanzee ที่อาศัยอยู่ในแถบแอฟริกากลาง มีชื่อ
วิทยาศาสตร์ว่า Pan troglodytes ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าเชื้อไวรัส HIV-1 กลายพันธุ์มาจากเชื้อไวรัสเอสไอวีในลิง ที่เรียกว่า SIVcpz
ส่วนไวรัส HIV-2 มาจากลิงคนละชนิดกัน โดยเป็นลิงท้องถิ่นที่เรียกว่า sooty mangabey ซึ่งอาศัยอยู่ตามชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกจาก
Senegal ถึง Ivory Coast ต่อมาพบว่าเชื้อ HIV-2 กลายพันธุ์มาจากเชื้อไวรัส SIVsm สำหรับลิง sooty mangabey มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Cercocebus atys ทั้งนี้และทั้งนั้นพบว่าเชื้อไวรัส HIV-1 และ HIV-2 มีชิ้นส่วนดีเอ็นเอเหมือนกันร้อยละ 40-60

ในระยะแรกๆ พบว่า มีปัญหาในการตรวจแยกเชื้อไวรัสเอชไอวี เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อจะตายทุกวัน จนกระทั่งในปี 1984
Montagnier และ Gallo สามารถแยกเชื้อไวรัสเอชไอวีได้เป็นครั้งแรก และอีกสองปีต่อมา ในปี 1986 พบว่า เชื้อ HIV-2 สามารถตรวจพบได้เลือดของผู้ป่วยที่มาจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก

ลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสเอชไอวี

เชื้อ HIV-1 เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ชนิดสายเดียว จีโนมมีความยาว 9 กิโลเบส ประกอบไปด้วยยีน 9 ชนิดควบคุม
การสร้างโปรตีน โปรตีนที่สำคัญ ของเชื้อไวรัสเอ็ชไอวี ได้แก่ โปรตีนโครงสร้าง หรือที่เรียกว่า structural proteins
ได้แก่ Gag, Pol, และ Env โปรตีนควบคุมการทำงานของไวรัส เรียกว่า regulatory proteins ได้แก่ Tat, Rev
โปรตีนที่ทำหน้าที่เสริม หรือ accessory proteins ได้แก่ Vpu, Vpr, Vif, และ Nef

ชนิดหลักๆ ของเชื้อ HIV-1 ได้แก่ M (main), N (new), และ O (outlier) ในกลุ่ม M group
ซึ่งพบได้มากถึงกว่าร้อยละ 90 ทั่วโลก แบ่งเป็น 9 ชนิดย่อย เรียกว่า clades กำหนดให้เรียกเป็น
ลำดับตัวอักษร A-D, F-H, J, และ K ในสหรัฐอเมริกาและทางยุโรปตะวันตก พบชนิด Clade B มากที่สุด
แตกต่างจากที่พบในเอเชียและแอฟริกา ความหนาแน่นของไวรัสพบมากที่สุดในทวีปแอฟริกา
บริเวณส่วนที่อยู่ใต้ทะเลทรายซาฮารา ยาต้านไวรัสที่ผลิตใปัจจุบันส่วนใหญ่ได้ผลดีในการทำลายเชื้อเอชไอวีชนิด
clade B เมื่อนำยาต้านไวรัสไปใช้ในบริเวณอื่นๆ การตอบสนองต่อการรักษาอาจแตกต่างไปได้บ้าง รวมทั้งกลไกการ
ดื้อยาที่เกิดจากมิวเตชั่น ความแตกต่างและความหลากหลายของสายพันธุ์เชื่อไวรัสเอชไอวี มีความสำคัญในการพัฒนา
วัคซีนเป็นอย่างมาก แอนติบอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อต่อต้านไวรัส และปฏิกิริยาจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด
T-lymphocyte จะมีความจำเพาะเจาะจงสูง

การนำไปประยุกต์ใช้เพื่อผลิตเป็นวัคซีน

วัคซีนเอดส์ทดลองที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาในขณะนี้ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ วัคซีนป้องกันและวัคซีนรักษา วัคซีนป้องกันนั้นเพื่อป้องกันคนที่ยังไม่ได้ติดเชื้อเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ ในขณะที่วัคซีนรักษานั้นเพื่อกระตุ้นภูมิให้คนที่ติดเชื้อแล้วสามารถควบคุมเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำและมี
อาการน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ วัคซีนที่ผลิตจากชิ้นส่วนโปรตีนของเชื้อเอชไอวี เรียกว่า subunit protein vaccine เป็นการตัดเอาบางส่วนของโปรตีนจากเชื้อที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ โดยที่ชิ้นโปรตีนดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ในคน ตัวอย่างโปรตีนดังกล่าวคือ
จีพี 120 (gp 120) และจีพี 160 (gp160) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ตัดมาจากส่วนหนามที่มีอยู่รายรอบตัวเชื้อ

วัคซีนชนิดที่ได้จากการสอดใส่สารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเข้าไป รวมกับสารพันธุกรรมของไวรัสอื่น
หรือเชื้อแบคทีเรียตัวอื่น ซึ่งจะใช้เชื้อที่สามารถเข้าสู่เซลล์คนได้แต่ไม่ก่อให้เกิดโรค เรียกว่า live vector vaccine สารพันธุกรรมของเชื้ออื่นเปรียบเสมือนพาหนะที่นําสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเข้าสู่เซลล์มนุษย์ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

วัคซีนที่ได้จากการสอดใส่สารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเข้าไปในสารพันธุกรรมจากเชื้ออื่นเช่น เชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า พลาสมิด (plasmid) แล้วนําเอาสารพันธุกรรมผสมดังกล่าวมาฉีดเป็นวัคซีน หรือเรียกว่า วัคซีน ดี-เอ็น-เอ (DNA) เป็นการเอาเฉพาะสารพันธุกรรมของเชื้ออื่น
มาซ่อนหรือ สอดใส่สารพันธุกรรมของเอชไอวีเข้าไป วัคซีนดีเอ็นเอเข้าสู่เซลล์คนได้จากการถูกกินจากเม็ดเลือดขาวที่คอยเก็บกินสิ่งแปลกปลอม แล้วย่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เก็บผลผลิตจากการย่อยส่วนหนึ่งไว้ เพื่อส่งให้กับเม็ดเลือดขาวบัญชาการและเกิดกระบวน
การจดจําสิ่งแปลกปลอมนั้นๆ เพื่อการตอบสนองอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ถ้าเผอิญไปเจอกับเชื้อเดิมอีกในอนาคต

การติดเชื้อในเด็กและสตรี

ปัจจุบันอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มเด็กหญิง และสตรีทั่วโลกมีสัดส่วน 47% จากจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 39 ล้านคน โดยอัตราการติดเชื้อเอดส์ของกลุ่มเด็กหญิง และสตรีนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 6% นับจากปี 2540 ทั้งนี้เนื่องจาก ปัญหารอบด้านทั้งในเรื่องสภาวะทางร่างกายตามธรรมชาติของผู้หญิง ไปจนถึงปัจจัยด้านการศึกษา ความเชื่อ ความยากจน และที่สำคัญคือ
บทบาททางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบแอฟริกา และเอเชีย จากสถิติขององค์การสหประชาชาติบ่งชี้ว่า กลุ่มเด็กหญิงและสตรี มีความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวที่แยกแยะเป็นการติดเชื้อจากสามี การถูกบังคับขืนใจ ความเชื่อในบางพื้นที่ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับ
หญิงบริสุทธิ์ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้ไม่มีการป้องกันระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ในหลายๆ พื้นที่ค่านิยมทางสังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้หญิงด้อยโอกาสทั้งด้านการศึกษา ไปจนถึงการบริการทางการแพทย์เมื่อตรวจพบเชื้อ

สถานการณ์ในประเทศไทย

ปัจจุบันเมืองไทย จำนวนผู้ติดเชื้อในภาพรวมลดลง แต่เมื่อดูในรายละเอียด กลุ่มเยาวชน นิสิตนักศึกษาติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีอาการ 374,827 ราย เป็นเยาวชน อายุ 15-24 ปี กว่า 3 หมื่นคน ผู้ติดเชื้อต่างก็มีปัญหาคล้ายๆ กันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพกาย กำลังใจ อาชีพการงาน โดยเฉพาะเรื่องความเข้าอกเข้าใจ และการยอมรับจากสังคมทั่วไป จึงมีผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อยรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันและกันในเรื่องต่างๆ เช่น พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนปัญหา และประสบการณ์ที่ได้เจอะเจอเมื่อติดเชื้อเอดส์ ตลอดจนแนวทางแก้ไขที่แต่ละคนเคยใช้ เมื่อคนในกลุ่มมีปัญหา ให้กำลังใจกันและกัน และช่วยหาทางแก้ปัญหา ช่วยกันคิดค้น และหาทางเลือกอาชีพที่เหมาะกับสภาพร่างกายเมื่อเจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงจนไม่สามารถทำงานเดิมที่เคยทำได้ จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ติดเชื้อ เช่น อบรมเรื่องการรับยา การทำสมาธิ การเยี่ยม เพื่อเป็นกำลังใจและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ จัดเตรียมกองทุนที่ช่วยอุดหนุนผู้ติดเชื้อที่เดือดร้อน เรื่องเจ็บป่วยหรืออาชีพ ช่วยกันหาทางทำให้คนทั่วไปในสังคมเข้าใจ และยอมรับผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยเอดส์ เช่น จัดกิจกรรมที่น่าสนใจ หาโอกาสบรรยายเผยแพร่ความรู้เรื่องเอดส์ตามที่ต่างๆ การเข้าร่วมกลุ่มผู้ติดเชื้อ ช่วยให้ผู้ติดเชื้อหลายคนรู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีทางออก และมีคุณค่ามากขึ้น

ความไม่รู้ ความหวาดระแวง และความรู้สึกแบ่งเขาแบ่งเราในเรื่องเอดส์ ส่งผลให้มีการบังคับตรวจเลือดเอดส์ในหลายกรณี ทั้งการสมัครงาน เข้าเรียน การทำประกันชีวิต หรือแม้แต่การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ธกส. และเมื่อพบว่าติดเชื้อหลายคนถูกให้ออกจากงาน ขาดโอกาสที่จะเข้าเรียน แม้แต่เด็กเล็กก็ยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในโรงพยาบาลยังมีการโน้มน้าวเชิงบังคับ ให้ผู้ติดเชื้อที่ท้องทำหมัน การเปิดเผยความลับของผู้ติดเชื้อ ยังคงเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ติดเชื้อ และครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ปัญหาความไม่เป็นธรรมด้วยการละเมิด และลิดรอนสิทธิในเรื่องเอดส์ ควรที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่ง และเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ทั้งโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยแนวทางที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน หยุดการใช้ภาพอาการที่น่ารังเกียจ และถ้อยคำกล่าวโทษ หรือที่น่ากลัวในการรณรงค์การสร้าง กระบวนการบังคับใช้กฏหมาย ในการเอาผิดแก่ผู้ทำการละเมิดให้เกิดขึ้นจริง แต่สิงที่สำคัญ คือ การสร้างความตระหนักในสิทธิให้แก่ผู้ติดเชื้อ และประชาชนทั่วไป ในการที่จะส่งเสียงเรียกร้องกระตุ้น เมื่อมีการละเมิดหรือลิดรอน เพื่อยุติความไม่เป็นธรรมในสังคมอันเนื่องมาจากเอดส์ร่วมกัน

โรคเอดส์เป็นภาระของสังคม รัฐบาลต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลดูแลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ เฉพาะยาต้านไวรัสขั้นพื้นฐานและโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ 8.5 หมื่นบาทต่อคนต่อปี ถ้าต้องดูแลรักษาตลอดชีวิตเฉลี่ยคนละ 2 ล้านบาท หากเชื้อดื้อยาก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 4 ล้านบาท ในปี 2549 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าว่าจะลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่เกิน 1.6 หมื่นคน และในปี 2551 จะต้องมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่เกิน 7,500 คน

การปฏิบัติตนสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์

คำแนะนำต่อไปนี้คือแนวทางสำหรับท่านที่ติดเชื้อเอดส์ หรืออาจจะมีผู้ที่ติดเชื้อเอดส์อยู่ในครอบครัว เพื่อการปฏิบัติตนและดูแลสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์อย่างถูกต้องเหมาะสม

ข้อแนะนำที่ 1 ไม่รับเชื้อโรคเอดส์เข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถกระทำได้โดย

  1. ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ลดคู่ร่วมเพศลง
  2. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่เว้นแม้แต่กรณีที่ติดชื้อเอดส์แล้วทั้งคู่
  3. เลิกใช้ยาเสพติด หากเลิกไม่ได้ก็ไม่ควรใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น

ข้อแนะนำที่ 2 รักษาภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง ข้อนี้สามารถกระทำได้โดย

  1. ปรับตัว ปรับใจ เพื่อยอมรับสภาพความเป็นจริงของร่างกาย และถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงความเครียดและความวิตกกังวล ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนหรือเก็บตัวอยู่คนเดียว และสามารถคบหาสมาคมกับผู้อื่นได้ตามปกติ แต่ไม่ควรบอกให้ผู้อื่นทราบ ยกเว้นผู้ที่คุณวางใจได้ว่าจะไม่นำความลับนี้ไปเปิดเผย
  2. สร้างคุณค่าให้กับวันเวลาในปัจจุบัน โดยการทำสิ่งดี ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสังคม
  3. บำรุงร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลียงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ไข่ลวก, ของหมักดอง, ซอส, ลาบ, ลู่, แหนม, ฯลฯ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดบุหรี่, เหล้า, เบียร์, และยาเสพติดทุกชนิด
  4. อยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ไม่พยายามอยู่ในที่แออัด และสำหรับผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีฝุ่นมาก ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
  5. หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หากเริ่มมีอาการผิดปกติใด ๆ ควรรีบไปพบแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เช่น รับประทานยาตามแพทย์สั่ง รวมทั้งงดการใช้ยาที่ไม่จำเป็นทุกชนิด

คำแนะนำการดูแลสุขภาพ  จากสภาพแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนไป และมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่รับประทานผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีภาวะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคอ้วน หากคุณหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพ รักษาสมดุลย์ ขับล้างสารพิษ ฝึกสมาธิรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ 

กัญจนา กระท่อมโหร   ขอเชิญท่านผู้สนใจติดต่อรับ CD "กำจัดโรคร้าย โดยไม่ต้องใช้ยา"  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0817447105 หรือ e-mail horahut@yahoo.com สอบถามปัญหาด้านสุขภาพ

 

 

 
Horahut © 2007 All Rights Reserved.