|
||||||||||||
|
โรคเอดส์ >> เชื้อไวรัสเอชไอวี
เชื้อไวรัสเอชไอวีทั้งสองชนิด
มีที่มาแตกต่างกัน โดยเชื้อไวรัส HIV-1
มาจากลิง chimpanzee ที่อาศัยอยู่ในแถบแอฟริกากลาง
มีชื่อ ในระยะแรกๆ พบว่า
มีปัญหาในการตรวจแยกเชื้อไวรัสเอชไอวี
เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อจะตายทุกวัน จนกระทั่งในปี 1984 ลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสเอชไอวี เชื้อ
HIV-1 เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ชนิดสายเดียว จีโนมมีความยาว 9 กิโลเบส
ประกอบไปด้วยยีน 9 ชนิดควบคุม ชนิดหลักๆ ของเชื้อ HIV-1 ได้แก่ M
(main), N (new), และ O (outlier) ในกลุ่ม M group การนำไปประยุกต์ใช้เพื่อผลิตเป็นวัคซีน
วัคซีนชนิดที่ได้จากการสอดใส่สารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเข้าไป
รวมกับสารพันธุกรรมของไวรัสอื่น วัคซีนที่ได้จากการสอดใส่สารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเข้าไปในสารพันธุกรรมจากเชื้ออื่นเช่น
เชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า พลาสมิด (plasmid)
แล้วนําเอาสารพันธุกรรมผสมดังกล่าวมาฉีดเป็นวัคซีน หรือเรียกว่า วัคซีน ดี-เอ็น-เอ (DNA)
เป็นการเอาเฉพาะสารพันธุกรรมของเชื้ออื่น การติดเชื้อในเด็กและสตรี ปัจจุบันอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มเด็กหญิง
และสตรีทั่วโลกมีสัดส่วน 47% จากจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 39
ล้านคน โดยอัตราการติดเชื้อเอดส์ของกลุ่มเด็กหญิง และสตรีนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่า
6% นับจากปี 2540 ทั้งนี้เนื่องจาก
ปัญหารอบด้านทั้งในเรื่องสภาวะทางร่างกายตามธรรมชาติของผู้หญิง
ไปจนถึงปัจจัยด้านการศึกษา ความเชื่อ ความยากจน และที่สำคัญคือ สถานการณ์ในประเทศไทย ปัจจุบันเมืองไทย จำนวนผู้ติดเชื้อในภาพรวมลดลง แต่เมื่อดูในรายละเอียด กลุ่มเยาวชน นิสิตนักศึกษาติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีอาการ 374,827 ราย เป็นเยาวชน อายุ 15-24 ปี กว่า 3 หมื่นคน ผู้ติดเชื้อต่างก็มีปัญหาคล้ายๆ กันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพกาย กำลังใจ อาชีพการงาน โดยเฉพาะเรื่องความเข้าอกเข้าใจ และการยอมรับจากสังคมทั่วไป จึงมีผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อยรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันและกันในเรื่องต่างๆ เช่น พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนปัญหา และประสบการณ์ที่ได้เจอะเจอเมื่อติดเชื้อเอดส์ ตลอดจนแนวทางแก้ไขที่แต่ละคนเคยใช้ เมื่อคนในกลุ่มมีปัญหา ให้กำลังใจกันและกัน และช่วยหาทางแก้ปัญหา ช่วยกันคิดค้น และหาทางเลือกอาชีพที่เหมาะกับสภาพร่างกายเมื่อเจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงจนไม่สามารถทำงานเดิมที่เคยทำได้ จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ติดเชื้อ เช่น อบรมเรื่องการรับยา การทำสมาธิ การเยี่ยม เพื่อเป็นกำลังใจและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ จัดเตรียมกองทุนที่ช่วยอุดหนุนผู้ติดเชื้อที่เดือดร้อน เรื่องเจ็บป่วยหรืออาชีพ ช่วยกันหาทางทำให้คนทั่วไปในสังคมเข้าใจ และยอมรับผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยเอดส์ เช่น จัดกิจกรรมที่น่าสนใจ หาโอกาสบรรยายเผยแพร่ความรู้เรื่องเอดส์ตามที่ต่างๆ การเข้าร่วมกลุ่มผู้ติดเชื้อ ช่วยให้ผู้ติดเชื้อหลายคนรู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีทางออก และมีคุณค่ามากขึ้น ความไม่รู้ ความหวาดระแวง และความรู้สึกแบ่งเขาแบ่งเราในเรื่องเอดส์ ส่งผลให้มีการบังคับตรวจเลือดเอดส์ในหลายกรณี ทั้งการสมัครงาน เข้าเรียน การทำประกันชีวิต หรือแม้แต่การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ธกส. และเมื่อพบว่าติดเชื้อหลายคนถูกให้ออกจากงาน ขาดโอกาสที่จะเข้าเรียน แม้แต่เด็กเล็กก็ยังถูกกีดกันไม่ให้เข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในโรงพยาบาลยังมีการโน้มน้าวเชิงบังคับ ให้ผู้ติดเชื้อที่ท้องทำหมัน การเปิดเผยความลับของผู้ติดเชื้อ ยังคงเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ติดเชื้อ และครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ปัญหาความไม่เป็นธรรมด้วยการละเมิด และลิดรอนสิทธิในเรื่องเอดส์ ควรที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่ง และเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ทั้งโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยแนวทางที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน หยุดการใช้ภาพอาการที่น่ารังเกียจ และถ้อยคำกล่าวโทษ หรือที่น่ากลัวในการรณรงค์การสร้าง กระบวนการบังคับใช้กฏหมาย ในการเอาผิดแก่ผู้ทำการละเมิดให้เกิดขึ้นจริง แต่สิงที่สำคัญ คือ การสร้างความตระหนักในสิทธิให้แก่ผู้ติดเชื้อ และประชาชนทั่วไป ในการที่จะส่งเสียงเรียกร้องกระตุ้น เมื่อมีการละเมิดหรือลิดรอน เพื่อยุติความไม่เป็นธรรมในสังคมอันเนื่องมาจากเอดส์ร่วมกัน โรคเอดส์เป็นภาระของสังคม รัฐบาลต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลดูแลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ เฉพาะยาต้านไวรัสขั้นพื้นฐานและโรคติดเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ 8.5 หมื่นบาทต่อคนต่อปี ถ้าต้องดูแลรักษาตลอดชีวิตเฉลี่ยคนละ 2 ล้านบาท หากเชื้อดื้อยาก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็น 4 ล้านบาท ในปี 2549 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าว่าจะลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่เกิน 1.6 หมื่นคน และในปี 2551 จะต้องมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่เกิน 7,500 คน การปฏิบัติตนสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์
คำแนะนำต่อไปนี้คือแนวทางสำหรับท่านที่ติดเชื้อเอดส์ หรืออาจจะมีผู้ที่ติดเชื้อเอดส์อยู่ในครอบครัว เพื่อการปฏิบัติตนและดูแลสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์อย่างถูกต้องเหมาะสม ข้อแนะนำที่ 1 ไม่รับเชื้อโรคเอดส์เข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถกระทำได้โดย
ข้อแนะนำที่ 2 รักษาภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง ข้อนี้สามารถกระทำได้โดย
คำแนะนำการดูแลสุขภาพ จากสภาพแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนไป และมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่รับประทานผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีภาวะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคอ้วน หากคุณหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพ รักษาสมดุลย์ ขับล้างสารพิษ ฝึกสมาธิรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ กัญจนา กระท่อมโหร ขอเชิญท่านผู้สนใจติดต่อรับ CD "กำจัดโรคร้าย โดยไม่ต้องใช้ยา" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0817447105 หรือ e-mail horahut@yahoo.com สอบถามปัญหาด้านสุขภาพ |
||||||||||||
|
||||||||||||