|
||||||||||||
|
โรคหัวใจ >> ความรุนแรงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ 17 แห่ง
จากการศึกษาพบว่า ความรุนแรงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในคนไทยมีสูงมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 65-75 ปี มีภาวะโรคเบาหวานร่วมด้วยร้อยละ 44.2 ภาวะความดันโลหิตสูงร้อยละ 63.9 ไขมันในเลือดสูงร้อยละ 75.4 ส่วนในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 45 ปี ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรค คือ การสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยในไทยมีอัตราเสียชีวิตในโรงพยาบาลสูงร้อยละ 12.6 ในขณะที่ผู้ป่วยในต่างประเทศมีอัตราเสียชีวิตเพียงร้อยละ 4.9 เท่านั้น นับว่าประเทศไทยมีความรุนแรงของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมากกว่าต่างประเทศถึง 2 เท่า
แนวโน้มของโรคหัวใจและหลอดเลือดมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนไป และมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่รับประทานผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีภาวะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคอ้วน นอกจากนี้ ผู้ชายมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง รวมทั้งผู้สูงอายุ และหากคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจก็เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าคนอื่น สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจในประเทศไทย จากการประมาณการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในประเทศไทย พบว่า มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจรายใหม่เกิดขึ้น 21,700 รายต่อปี
สาเหตุที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตสูง
ในต่างประเทศพบว่าโรคซึมเศร้าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ
คณะแพทย์โรคหัวใจที่มหาวิทยาลัยมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้ทำการศึกษาพบว่า การใช้ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับสารซิโรโทนิน ช่วยลดความรุนแรงของ สารที่ช่วยทำนายความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจ ปัจจุบันพบว่าระดับของสาร BNP ในเลือดช่วยทำนายความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้ สาร BNP ย่อมาจาก B-type natriuretic peptide โดยที่ระดับของสาร BNP ในเลือดของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจจะเพิ่มขึ้นเมื่อรุนมีความรุนแรงมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตาจากทุกสาเหตุเพิ่มมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มมากขึ้น อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเป็นอัมพาตเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอัตราการเกิดภวะหัวใจล้มเหลวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ผลการศึกษาวิจัยโดยคณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ณ เมืองซานฟรานซิสโก พบว่าในผู้ป่วยบางราย ระดับของสาร BNP ในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่แพทย์จะตรวจพบความผิดปกติในการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจจากการตรวจคลื่นสะท้อนหัวใจ หรือ echocardiography เสียด้วยซ้ำ ผู้ชายที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง รายงานผลการศึกษาวิจัยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Internal Medicine ฉบับเดือนมกราคม 2007 พบว่าผู้ชายที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณไม่มาก เช่น 1-2 แก้วต่อวัน อาจเป็นผลดีช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง แต่ถ้าดื่มในปริมาณที่มากกว่านั้น จะกลายเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และยังส่งผลให้ควบคุมความดันโลหิตที่สูงอยู่แล้วได้ยากขึ้น
ไขมันกับหัวใจ...อะไรดี อะไรไม่ดี
ไขมันในอาหารแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะโครงสร้าง คือ ไขมันอิ่มตัว และไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันอิ่มตัว พบมากในไขมันสัตว์ หนังสัตว์ นมไขมันเต็ม และผลิตภัณฑ์ เช่น เนย ชีส โยเกิต และยังพบมากในน้ำมันพืชบางชนิด เช่น กระทิ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์ม การบริโภคไขมันชนิดนี้มากเกินไปจะทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น และมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ดังนั้นการหลีกเลี่ยงไขมันในกลุ่มนี้จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ ไขมันไม่อิ่มตัว แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
ไขมันไม่อิ่มตัวจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ แต่การบริโภคไขมันชนิดนี้มากเกินไป อาจทำให้อัวนขึ้นได้ นอกจากนี้การใช้น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งในสัดส่วนที่สูง จำทำให้ไขมันกลุ่มนี้เปลี่ยนสภาพไป ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่าง ที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็งได้ ในการดูแลสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวอยู่เป็นปริมาณมาก และเลือกใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง และกรดไขมันอิ่มตัวหลายตำแหน่งในปริมาณที่เหมาะสม แม้เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ความเป็นอยู่ของเรามีความสะดวกสบายขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้ว สถิติการเจ็บป่วย และการตายไม่ได้ลดลงเลย โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันยังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของประชากรโลก อาจเนื่องจากเทคโนโลยีเองที่ทำให้วิถีชีวิตของคนวัยหนุ่มสาว หรือวัยทำงานเปลี่ยนแปลงไปสู่การแข่งขัน เร่งรีบรับประทานอาหารแบบชาวตะวันตก เข้าสังคม มีการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และขาดการออกกำลังกาย โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันนั้นมีสาเหตุหลายประการ (Multi-factorial disease) แต่หลักฐานทางการแพทย์ได้ยืนยันถึงปัจจัยหลักซึ่งเป็นทั้งสาเหตุและภาวะเสี่ยงให้เกิดโรคนี้ โดยภาพรวมแบ่งประเภทของระดับเสี่ยงได้ ดังนี้
คำแนะนำการดูแลสุขภาพ จากสภาพแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนไป และมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ไม่รับประทานผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีภาวะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคอ้วน หากคุณหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพ รักษาสมดุลย์ ขับล้างสารพิษ ฝึกสมาธิรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ กัญจนา กระท่อมโหร ขอเชิญท่านผู้สนใจติดต่อรับ CD "กำจัดโรคร้าย โดยไม่ต้องใช้ยา" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0817447105 หรือ e-mail horahut@yahoo.com สอบถามปัญหาด้านสุขภาพ |
||||||||||||
|
||||||||||||