|
ดวงดีดวงร้ายจะพิจารณาอย่างไร?
..ดาวกาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจรโคจรเข้าเรือนกัมมะ จะต้องทำนายว่าเจ้าชะตาจะต้องมีปัญหาเรื่องงาน..
..ดาวเสาร์ (๗) เป็นสัญลักษณ์ของความเครียด ความเหนื่อยยาก ความวิตกกังวล ในด้านดีหมายถึงความอดทน ..
ดวงชะตาตัวอย่างเป็นดังข้างล่างนี้
เกิดวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๙๘ ปีมะแม จ.ศ.๑๓๑๗ เวลา ๒๑.๔๐ น.
ลัคนา (ลั) ราศีเมถุน ๗ องศา นวางค์ ๕ ตรียางค์ ๔ เทวีฤกษ์

ตามที่เคยให้หลักไว้ว่า การดูดวงปัจจุบันจะต้องพิจารณาที่ดาวพระเคราะห์ดวงใหญ่ หรือดาวเคราะห์ที่เป็นหลักในพื้นดวงเดิมเสียก่อนว่า ขณะนี้โคจรอยู่ในเรือนอะไร?
และดาวกาลกิณีจรอยู่ในเรือนอะไร
แล้วจึงพิจารณาช่วงที่เจ้าชะตาจะถึงจุดอับที่สุดเป็นอันดับต่อมา เพื่อจะคำนวณช่วงเวลาให้แคบเข้าว่า ช่วงใดที่ดวงชะตาจะตกต่ำที่สุด
ในการพิจารณาในชั้นแรกก็คือดาวเสาร์ (๗) จร โคจรเดินหน้าอยู่ในเรือนกัมมะ
ดาวเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณีเดิมเพราะเจ้าชะตาเป็นคนเกิดวันพฤหัส (๕) ให้ไปดูเรื่องทักษาเดิมให้เข้าใจเสียก่อน
สำหรับการนับทักษาจนในปีนี้จะเป็นดังนี้ อายุย่างเท่ากับ ๒๕๓๙ ๒๔๙๘ = ๔๑ ปี ในวันเกิด คือวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๙ หลังจากวันเกิดจะอายุย่าง ๔๑ + ๑ = ๔๒ ปี
__ดังนั้นทักษาจรจึงเป็นดาวเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณีจร เมื่ออายุย่าง ๔๑ ปี
ดาวเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณีเดิมกลับกลายเป็นกาลกิณีจร
เ ข้าไปอยู่ในเรือนกัมมะ ทำนายอย่างมั่นใจว่าปัญหารำคาญใจในปัจจุบันนี้ เรื่องใหญ่ที่สุดมาจากเรื่องดาวเสาร์ (๗)
ในปัจจุบันดาวเสาร์ (๗) โคจรเข้าไปอยู่ในเรือนการงาน (กัมมะ) ย่อมบ่งบอกถึงว่า ความทุกข์ ความวิตกกังวลของเจ้าชะตา อยู่ในเรือนการงานเป็นเรื่องสำคัญ
__ความเครียดในเรื่องงานนี้จะเริ่มเมื่อดาวเสาร์ (๗) โคจรเข้าเรือนชะตานี้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ๒๕๓๙ เป็นต้นมา
ก่อนหน้านี้ ดาวเสาร์ (๗) จะอยู่ในเรือนศุภะการเป็นกาลกิณีนับตั้งแต่อายุอย่างปีที่ ๔๑ คือ ตั้งแต่วันเกิดในปีที่แล้ว (วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๘) ในช่วงเวลาที่ดาวเสาร์ (๗) เริ่มเป็นกาลกิณีนั้น ดาวเสาร์ (๗) จะโคจรอยู่ในเรือนศุภะ (เรือนความสุข ความสงบ ในครอบครัว) ในช่วงเวลาระหว่าง วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๘ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๙ เจ้าชะตาไม่ค่อยมีความสุขในชีวิตครอบครัว
เนื่องจากความเครียดเกิดขึ้นในเรือศุภะก่อนที่จะย้ายเข้ามาในเรือนกัมมะ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๙ วันที่ดาวเสาร์ (๗) โคจรย้ายราศี (จากราศีกุมภ์มาเข้าสู่ราศีมีน)
ดาวราหู (๘) เป็นดาวที่อยู่ในเรือนอริในดวงเดิม ดังนั้น พื้นดวงเดิมไม่ถูกกับดาวราหู (๘) หรือ ดาวราหู (๘) ไม่ให้คุณ ในช่วงเวลาใดที่ ดาวราหู (๘) โคจรเข้าไปอยู่ในเรือนชะตาที่ดีในเรือนชะตาใดก็มักจะเป็นเหมือนด้วงแมงที่คอยกัดแทะเรือนชะตานั้นๆ สำหรับในปีนี้ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ดาวราหู (๘) โคจรอยู่ในเรือนพันธุเจ้าชะตาจะมีความรู้สึกกับญาติพี่น้องไม่ค่อยดีนัก (เรือนพันธุ แปลว่าญาติพี่น้องหรือผู้ใหญ่ ได้แก่บุพการีด้วย)
นอกจากนี้การอ่านชะตาจากดวงเดิม เราจะพบว่าเจ้าชะตามีดาวจันทร์(๒) อยู่ในเรือนอริ ดังนั้น ตามทางพิจารณาจะต้องอ่านว่า เจ้าชะตามักจะไม่ถูกกับแม่อยู่ด้วย
ในการอ่านชะตาเรื่องที่ ๒ ที่จะต้องทำนายทายทักก็คือ ระยะนี้อาจเกิดกรณีพิพาทกับคุณแม่ของเจ้าชะตา หรือญาติผู้ใหญ่อยู่บ่อยๆ และจะรุนแรงมากก็คือช่วงเวลาที่ดาวเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณีจรอยู่ในเรือนศุภะมาแล้ว ก่อนวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๙ ในช่วงนี้ความรุนแรงในเรื่องปัญหาครอบครัวจะมีเรื่องเดือดร้อนมากว่านี้
จุดที่ทำให้เจ้าชะตาดวงตกมากยิ่งขึ้นก็คือเมื่อดาวพฤหัส (๕) โคจรถอยหลังกล่าวคืออำนาจวคุ้มครองป้องกันลัคนา (ลั) จะลดลง ปัญหาความยุ่งยากในเรื่องการงานจะเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง
ช่วงเวลาที่จะยุ่งยากที่สุดก็คือในช่วงเวลาที่ดาวพระเคราะห์ที่เคยอยู่ในเรือนชะตาดีๆ ในดวงเดิมโคจรเข้าไปอยู่ในเรือนวินาสน์ของลัคนา (ลั) คือช่วงเวลาดังต่อปีนี้
__๑. ดาวอาทิตย์ (๑) จะโคจรเข้าไปในเรือนวินาสน์ ในระหว่างวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๓๙
__๒. ดาวอังคาร (๓) อุตสาหะจรอยู่ในเรือนวินาสน์ ในระหว่างวันที่ ๔ มิถุนายน ถึงวันที่ ๑๗ กรกฎามคม ๒๕๓๙
__๓. ดาวพุธ (๔) มนตรีจรอยู่ในเรือนวินาสน์ ในช่วงวันที่ ๕ มิถุนายน ถึงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๔๓๙
การพิจารณาเนื่องด้วยดาวทั้ง ๓ ดวง ดังกล่าวข้างต้นเป็นดาวพระเคราะห์ที่เคยให้คุณแก่ลัคนา (ลั) ในดวงเดิมมาก่อน ครั้นเมื่ออายุย่างปีที่ ๔๑ ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๓ ดวง ก็มีคุณาภพาในที่ดีทั้งสิ้น กล่าวคือดาวอาทิตย์ (๑) เป็นศรีจร ดาวอังคาร (๓) เป็นอุตสาหะจร และดาวพุธ (๔) เป็นมนตรีจร ดังนั้น เมื่อดาวพระเคราะห์ทั้ง ๓ ดวงจรเข้าไปอยู่ในเรือนวินาสน์ ดางชะตาจึงตก และมักมีเคราะห์ในช่วงนั้นๆ ความรุนแรงของปัญหาในเรื่องงานจะมีมากขึ้นต้องคอยระมัดระวังตัวในช่วงนั้น การเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเผชิญปัญหาในช่วงเวลาดังกล่าวเอาไว้ให้ดี
ในช่วงเวลาดังกล่าวดวงชะตาจะอับ จะหวังความก้าวหน้าหรือความเจริญในเรื่องนั้นๆ ได้ยาก กล่าวคือ
__๑. ดาวอาทิตย์ (๑) ศรี จรอยู่ในเรือนวินาสน์ สง่าราศีจะเสื่อมหายไปชั่วคราว เจ้าชะตารู้สึกตัวว่าหงอยเหงาชีวิตน่าเบื่อหน่าย หมดสง่าราศีไปในชั่วระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน ตลอดช่วงการเดินของดาวอาทิตย์ (๑) อยู่ในเรือนวินาสน์
__๒. ดาวอังคาร (๓) อุตสาหะจรอยู่ในเรือนวินาสน์ เจ้าชะตาจะเกียจคร้านไม่ขยันขันแข็งเท่าที่ควร ไม่กล้าต่อสู้งานหนัก เรี่ยวแรงพละกำลังจะหมดไปมักอ่อนเพลียเบื่อหน่ายง่าย ไม่ขยันเท่าที่ควร กับเรื่องงานเจ้าชะตาจะเซ็งสุดๆ ทีเดียว
__๓. ดาวพุธ (๔) มนตรีจรอยู่ในเรือนวินาสน์ จะหันหน้าไปพึ่งผู้ใหญ่ หรือผู้อุปถัมภ์ก็จะไม่มีในช่วงนั้น และเป็นด้วยเหตุบังเอิญที่ว่า ในช่วงที่ดาวพุธ (๔) อยู่ในเรือนพฤษภนี้นอยู่ในช่วงสั่นๆ คืออยู่ระหว่างวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๙ เท่านั้น
__เมื่อดวงทั้ง ๓ ดวง ควรจะให้คุณกับลัคนา (ลั) โคจรเข้าไปในเรือนวินาสน์ของลัคนา (ลั) เช่นนี้ เคราะห์ร้ายที่จะเกิดจะรุนแรงขึ้นทุกๆ ด้าน
อย่างไรก็ตามความรุนแรงของเคราะห์ร้ายที่จะเกิด ก็อาจจะเกิดในเรื่องต่างๆ ที่เป็นปัญหาพื้นฐานของดวงชะตานี้ก็ได้เรื่องตามลำดับดังต่อไปนี้คือเรื่องที่เกี่ยวกับงานที่ทำ
ได้แก่เรื่องดาวเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณีจรอยู่ในเรือนกัมมะ ย่อมหมายถึงการถูกกลั่นแกล้ง เจ้าชะตาจะถูกบีบในเรื่องงาน งานหนัก งานเหนื่อย ทำดีแล้วไม่ค่อยได้ดี อาจมีข้อบกพร่อง หรือมีความผิดอยู่ในงานที่จำเป็นต้องถูกเปิดเผย อาจถูกตำหนิทำให้ท้อแท้เสียกำลังใจอาจถูกผู้บังคับบัญชาคอยจ้องจับผิด ถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้ง รังแก หรือทำงานข้ามหัว ข้ามหน้าที่รับผิดชอบ เร่งรัดงานจนเกิดความเครียดอย่างมาก
____๑. เรื่องเกี่ยวกับความสงบ เกี่ยวกับเรือนพันธุ
เจ้าชะตามีเรื่องที่ถูกขัดใจ ความเป็นอยู่หรือความสัมพันธ์กับญาติพี่น้องไม่ค่อยมีความสุข ญาติผู้ใหญ่จะป่วยหรือเกิดความเดือดร้อน อันมีญาติพี่น้องเป็นต้นเหตุ ถูกบีบคั้นทางจิตใจจากความประพฤติของญาติผู้ใหญ่หรือกับญาติพี่น้อง
____๒. ปัญหาที่เกี่ยวกับคู่ครองหรือเพศตรงข้าม
เพศตรงข้ามหรือคู่ครองจะทำให้ผิดหวัง ความสัมพันธ์จะเริ่มอ่อนกำลังลงไปชั่วคราว ในระหว่างที่ดาวพฤหัส (๕) โคจรถอยหลัง เจ้าชะตามีความรู้สึกท้อแท้ด้วยดาวอังคาร (๓) ตกเรือนวินาสน์การไม่ได้รับข่าวสารจากคู่ครองหรือเพศตรงข้ามด้วย ดาวพุธ (๔) ตกอยู่ในเรือนวินาสน์
____๓. ปัญหาสุดท้ายก็คือเรื่องการเงิน
เรื่องการเงินนี้จะเป็นอุปสรรคหรือปัญหาสิ่งสุดท้ายในช่วงเวลาที่ดวงตกนี้ก็เพราะตามพื้นดวงชะตาดวงนี้ มักจะมีปัญหาเรื่องงานไม่ค่อยพอใช้เป็นพื้นอยู่แล้ว ทั้งนี้เพราะในดวงเดิม ดาวจันทร์ (๒) เป็นมูละเดิม และเป็นเจ้าเรือน
กดุมภะอยู่ด้วย ดาวจันทร์ (๒) ในดวงเดิมตกอยู่ในเรือนอริ เป็นสัญลักษณ์ของเรื่องการเงินขาดแคลน หรือตึงตัว
อย่างไรก็ตามปัญหาต่างๆ นี้จะคลี่คลายลงไปทีละเปลาะๆ เมื่อดาวพระเคราะห์ทั้ง ๓ ดวงนี้ ค่อยๆ โคจรขึ้นมาอยู่ในเรือนที่ดีเป็นระยะๆ คือดาวอาทิตย์ (๑) โคจรออกจากเรือนวินาสน์ขึ้นมาทับลัคนา (ลั) ดาวพุธ (๔) และดาวอังคาร (๓) จะโคจรตามกันขึ้นมาทับลัคนา (ลั) ทีละดวง
เมื่อผ่านวันเกิดปัญหาเรื่องงานจะหมดไป ทั้งนี้เพราะเมื่ออายุย่าง ๔๒ ปี ทักษาจรก็จะเปลี่ยนปูม คือ จะตกปูมดาวจันทร์ (๒) เป็นบริวารจร และดาวอาทิตย์ (๑) ก็จะเปลี่ยนเป็นกาลกิณีจร ดาวเสาร์ (๗) ก็เป็นศรีจรอยู่ในเรือนกัมมะ ตั้งแต่วันเกิดวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๙ ซึ่งในเวลาเดียวกับดาวพฤหัส (๕) ก็โคจรเดินหน้าพอดี (เดินหน้าตั้งแต่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๙) หลังจากวันเกิดแล้ว ดวงจะดีอยู่ในช่วงสั้น ๆ คือเมื่อดาวพฤหัส (๕) โคจรเดินหน้า ดาวเสาร์ (๗) เป็นศรีจรอยู่ในเรือนกัมมะ ดาวพฤหัส (๕) เป็นมูละจรเล็งลัคนา (๕) โคจรอยู่ในเรือนปัตนิ ดวงชะตาจะดีอยู่ในช่วงที่ดาวพฤหัส (๕) โคจรเดินหน้าและดวงจะเริ่มตกลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ดาวพฤหัส (๕) โคจรเข้าไปอยู่ในเรือนมรณะ เป็นต้นไป
ขอขอบคุณ : คุณสมชาติ จัดส่งบทความ อ.บุศรินทร์ จากหนังสือ ดวงเศรษฐี
|