|
||||||||||||
เกิดที่ตำบลตลาดยอด บางลำภู
อำเภอพระนคร กรุงเทพมหานคร
เริ่มเรียนโหราศาสตร์ เมื่อปี 2512 ด้วยการยืมตำราจาก พระครูปลัดวรศักดิ์ กาญจนมาวิน มาศึกษา
เห็นว่าเป็นวิชาทางสถิติที่มีเหตุผลในตัวเอง มีความถูกต้อง และมีโอกาสผิดพลาดได้ ถ้าถูกต้องเป็น
คนที่มาหานักโหราศาสตร์นั้น มีหลายจำพวก ส่วนมากทุกคนจะให้ความเชื่อมั่น เป็นแนวทางในการ
บุญ - กรรม หรือ สุข - ทุกข์ อยู่ที่ตัวเราเองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อได้มีโอกาสเกินเป็นคนก็ดีแล้ว ควรแบ่ง
คอลัมน์ตอบปัญหาชะตาชีวิต ในหน้งสือพิมพ์ข่าวสด เหมาะสำหรับผู้สนใจโหราศาสตร์หาความรู้ อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม เป็นนักโหราศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของคอลัมน์ ตอบปัญหาชะตาชีวิต ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งมีประสบการณ์อย่างโชกโชนในอาชีพโหราศาสตร์มากว่า 35 ปี ได้หันมาเปิดโรงเรียนนิธิปริญญา เพื่อสอนเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์อย่างเป็นทางการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
ทำไมถึงเปิดโรงเรียนสอนโหราศาสตร์ ผมเห็นว่าบุคลากรด้านโหราศาสตร์ยังไม่มีโรงเรียนอย่างแท้จริง ทั้งที่โหรเป็นอาชีพสำคัญอย่างหนึ่งที่สังคมยอมรับ และต้องการมาก เป็นอาชีพอิสระ สามารถทำงานคนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่น โหรควรมีความรู้ และผ่านการฝึกอบรมอย่างมีเกียรติ มีแบบแผนที่ถูกต้อง ผมจึงเปิดโรงเรียนวิชาโหราศาสตร์ไทยขึ้น ชื่อโรงเรียนนิธิปริญญา อยู่เขตดินแดง เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษา โดยสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้อนุญาตแล้ว หลักสูตรที่ใช้สอนเป็นอย่างไร เรียกว่าวิชา โหราศาสตร์ไทยแผนใหม่ สอนให้กล้าเป็นโหร กล้าทำนาย เรียกสั้นๆ ว่าหลักสูตรผลิตโหร 100 ชั่วโมง คือเรียนครบ 100 ชั่วโมง ก็เป็นโหรได้เลย โหร กับ หมอดู แตกต่างกันอย่างไร โหรหมายถึง ผู้ที่ใช้วิชาโหราศาสตร์ในการทำนาย โหรกับดวงชะตาจึงเป็นเรื่องคู่กัน ส่วนหมอดูจะใช้วิธีการทำนายอื่นๆ ที่ไม่ใช่หลักโหราศาสตร์ ประโยชน์ของการเรียนรู้โหราศาสตร์ และการฝึกอาชีพโหร 1.ทำให้รู้จักระดับวาสนา ความถนัดของตัวเอง และผู้อื่นในแง่ต่างๆ ได้ถูกต้อง คุณสมบัติของผู้เรียน ผู้เรียนแค่อ่านออก เขียนได้ ไม่ควรต่ำกว่าระดับประถมศึกษา ไม่ต้องมีดวงชะตาอะไรเป็นพิเศษ แต่ควรมีปณิธานมุ่งมั่นที่จะทำอาชีพนี้ ผมเห็นว่าเพื่อความไม่ประมาทควรเตรียมพร้อมไว้ หากเกิดความไม่แน่นอนกับอาชีพเดิม หรือเมื่อเกษียณจากอาชีพหลัก โหรจึงเหมาะสำหรับคนที่อยากอยู่เหนือคนอื่น หรืออยากมีอาชีพเพิ่มเติม แค่นี้ก็พอแล้ว ลูกศิษย์ที่เคยเรียนมาจากอาชีพใดบ้าง ปัจจุบันผู้ที่มีความรู้สูงๆ หรือทำงานในตำแหน่งสูงๆ หันมาสนใจวิชาโหราศาสตร์กันมาก ลูกศิษย์ที่เคยสอนไปแล้ว มีทั้งระดับผู้จัดการ เจ้าของกิจการก็หลายคน เรียนปริญญาเอกก็หลายคน มีแพทย์ วิศวกร นักเศรษฐศาสตร์ ทหาร นักบวช อาจารย์มหาวิทยาลัย ฯลฯ เรียกว่ามีเกือบทุกอาชีพ ผมยังทำทำเนียบศิษย์เก่าไว้ด้วย การเรียนจะใช้ตำราของโหรใดเป็นหลัก ผมเขียนตำราเอง เขียนไว้ 6 เล่ม ขณะนี้พิมพ์ขายแล้ว 4 เล่ม เท่าที่มี 4 เล่ม ก็พอผลิตโหรแล้ว ตำราของผมไม่เหมือนตำราของคนอื่น เพราะผมเป็นนักโหราศาสตร์มา 35 ปี ผมประกอบอาชีพโหรเป็นอาชีพที่สองตั้งแต่รับราชการ ผมเป็นโหรมาก่อนเขียนตำรา หลักวิชาการที่ผมนำเสนอจึงเป็นโหราศาสตร์ไทยสมัยใหม่ที่ผมพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว และเหมาะกับสภาพสังคมปัจจุบันด้วย ผมจึงอยากนำความรู้ที่ผมมีไปถ่ายทอด จึงเปิดโรงเรียนสอน เพราะไม่ต้องการให้ความรู้ตายไปกับผม ปรัชญาในเรื่องโหราศาสตร์ ผมมีความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีกรรมมาตั้งแต่เกิด โหรมีความสามารถที่นำเอาวัน เดือน ปีเกิด และเวลาเกิดมาทำเป็นดวงชะตา (ผูกดวง) ดวงกำเนิดเป็นสัญลักษณ์ในการอ่านกรรมเก่า อ่านความถนัด อ่านระดับวาสนาของแต่ละคนในแต่ละด้าน การอ่านดวงชะตาเป็นสถิติที่เป็นความจริงพิสูจน์ได้ โหราศาสตร์จึงเป็นวิทยาศาสตร์ แต่การทำนายเป็นศิลปะที่โหรจะต้องเรียนรู้ และปรับใช้ให้เหมาะสมกับเจ้าชะตาแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน อย่างเรื่องเคราะห์ร้าย หรือทุกข์นั้น เป็นปัญหาชีวิต ทุกคนควรได้รู้ล่วงหน้าไว้บ้าง และเคยชินกับการแก้ปัญหา การรู้สถานการณ์ล่วงหน้า จะได้เผชิญปัญหาอย่างมีสติ หรือวางแผนชีวิตได้ถูกต้อง ส่วนการแก้ดวงชะตา หรือการแก้กรรมนั้น เจ้าชะตาละคนจะต้องมีสำนึก ทุกคนต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองอย่างมีสติ ไม่กลัว และไม่หลงระเริงจนเกินเหตุ คล้ายกับความพยายามที่จะฝืนดวง คนคนนั้น จะต้องมีสติปัญญา และกำลังใจสูง โหราศาสตร์ไทยตามที่ผมมีประสบการณ์มา จะไม่มีเรื่องการแก้กรรม หรือสะเดาะห์เคราะห์ต่อชะตา โหรมีหน้าที่ทำนายไปตามหลักของสถิติศาสตร์ จึงเป็นวิทยาศาสตร์ วิชาโหราศาสตร์แบบของผม จึงไม่มีการใช้ไสยศาสตร์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น อัตราค่าเล่าเรียนเป็นอย่างไร ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 13,000 บาท แบ่งเป็น 2 งวด (2 ภาค) ได้แก่ ภาคทำนายดวงเดิม และการสอนผูกดวง เรียน 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน (5 ชั่วโมง) ค่าเล่าเรียนคนละ 7,000 บาท และภาคทำนายจร หรือทำนายอนาคต เรียน 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน (5 ชั่วโมง) ค่าเล่าเรียนคนละ 6,000 บาท ค่าเล่าเรียนค่อนข้างสูง เพราะผมต้องสอนแบบฝึกจึงจะได้ผล ผมไม่ได้สอนให้รู้แบบสมัครเล่น จึงต้องรับนักเรียนจำนวนจำกัด เพื่อให้มีโอกาสฝึกปฏิบัติกันได้ทั่วถึง นอกจากนี้ ผมถือว่าผมขายความรู้ และเวลาอันมีค่าของผม ประกอบกับผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบวิชาชีพ และขายต่อได้ การเสียเงินค่าเล่าเรียนเป็นการลงทุนที่ผู้เรียนจะได้ผลประโยชน์คุ้มค่า เหมือนการเรียนวิชาชีพอื่นๆ เรียนจบแล้วมีใบรับรองหรือไม่ หลังจบหลักสูตร 100 ชั่วโมง ผู้เรียนต้องฝึกทำนายดวงชะตาบุคคลให้ครบ 50 คน โดยมีผู้รับทำนายลงชื่อรับรอง ก่อนที่จะสอบสัมภาษณ์กับคณะอาจารย์ ถ้าสอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งมีทั้งภาษาไทย และอังกฤษ เพราะการประกอบอาชีพนี้ในบางประเทศต้องมีประกาศนียบัตร
ท่านใดประสงค์ จะดูดวงเป็นการส่วนตัวกับ อ.บุศรินทร์ ปัทมาคม โทรศัพท์นัดหมาย..ได้ทุกวัน.. โทรฯ 02 5141210 |
||||||||||||
|
||||||||||||